วันอังคารที่ 22 ธันวาคม พ.ศ. 2558

รู้อย่างไร ว่าตั๋วเครื่องบินของเราอยู่ชั้นไหน ??

เราจะทราบได้อย่างไรว่าตั๋วเครื่องบินที่เราจองไว้นั้นเป็นตั๋วชั้นไหน ซึ่งโดยทั่วไปจะแบ่งเป็น 3 ระดับ ได้แก่

1. First class (ชั้นหนึ่ง) 
cr.adamandvivian.com/
เป็นระดับชั้นดีที่สุด พิเศษที่สุด สามารถสังเกตได้ตรงช่อง Class จะระบุตัว P ซึ่งจะเป็นสิ่งที่บอกว่าตั๋วเครื่องบินอยู่ชั้นไหน

2. Business class (ชั้นธุรกิจ) 
cr.freemediaonline.org
ก็ถือว่าเป็นอีกระดับหนึ่งที่มีความพิเศษรองลงมาจากชั้น First class แต่ก็ยังเป็นระดับที่มีความสะดวกสบายในระดับหนึ่งเช่นกัน สามารถสังเกตได้ตรงช่อง Class จะระบุตัว J บ่งบอกว่าตั๋วนี้สำหรับชั้น Business class

3. Low class ชั้นประหยัด 
cr.wikimedia.org
เป็นชั้นที่คนนิยมมากที่สุด ทั้งในเรื่องของราคา และสิ่งอำนวยความสะดวกที่เหมาะสม สามารถสังเกตได้ตรงช่อง Class จะระบุตัว Y นั่นเอง
สำหรับการเดินทางหรือการเลือกชั้นของตั๋วเครื่องบินนั้น ก็ควรที่จะดูตามความเหมาะสมและค่าใช้จ่ายได้ เพราะในแต่ละระดับราคาตั๋วจะแตกต่างกัน และตำแหน่งที่นั่งก็อยู่ในส่วนที่ต่างกันเช่นกัน

วันพุธที่ 2 ธันวาคม พ.ศ. 2558

เตรียมตัวยังไง ขึ้นเครื่องครั้งแรก

ปัจจุบันการบินเป็นเรื่องที่ง่ายมาก เพราะมีสายการบินต้นทุนต่ำมากมายที่มีบริการตั๋วราคาถูก เพราะฉะนั้นการขึ้นเครื่องบินเป็นอะไรที่ไม่ได้อยู่ไกลตัวเลย เราเลยมาแนะนำการบินครั้งแรกของใครหลายๆ คนที่ไม่เคยขึ้นเครื่องมาก่อนว่าจะต้องเตรียมตัวยังไงบ้าง เพราะเชื่อว่าต้องตื่นเต้นในการขึ้นเครื่องครั้งแรกแน่ๆ กังวลไปหมดว่าจะต้องเตรียมอะไรบ้าง ต้องไปถึงสนามบินกี่โมง ไปถึงแล้วเราจะไปที่ไหนทำอะไรต่อ งั้นก็ไปดูกันเลย

cr.bengaluruairport.com

 - การจองตั๋วเครื่องบิน

จะขึ้นเครื่องบินได้ต้องมีการจองตั๋วก่อน มีสายการบินให้เลือกมากมาย ถูกใจสายการบินไหนก็ไปจองที่สายการบินนั้นได้เลย การจองตั๋วก้ไม่ได้ยุ่งยากย่างที่คิด แค่คุณจองผ่านหน้าเว็บของสายการบินนั้นๆ จองผ่านตัวแทนจำหน่าย หรือไปซื้อที่สนามบินวันเดินทางเลยก็ได้ (แต่จะได้ตั๋วที่มีราคาแพงกว่า)  สิ่งที่สำคัญในการจองตั๋วก็คือ ชื่อ-นามสกุล ต้องเป็นภาษาอังกฤษ และห้ามพิมพ์ผิด ชื่อต้องตรงกับบัตรประชาชนหรือพาสปอตร์ และเราก็ได้ตั๋วเครื่องบินมาเป็นของเราเป็นที่เรียบร้อย

 - การเช็คอิน

การเช็คอิน ควรจะมาถึงสนามบินประมาณ 2-3 ชั่วโมง สำหรับคนที่กระเป๋าต้องโหลด วิธีการก็คือเดินไปที่เคาน์เตอร์ของสายการบินที่เราจองมา ยื่นหลักฐานที่ระบุว่าเป็นตัวคุณจิงๆ คือบัตรประชาชน หรือพาสปอตร์ ถ้ามีโหลดกระเป๋าก็ส่งให้พนักงานได้เลยที่จุดนี้ หลังจากนั้นเจ้าหน้าที่ก็จะให้ Boarding Pass = บัตรโดยสาร เรามา เจ้าตัว Boarding Pass นี่สำคัญเลยครับ จะบอกรายละเอียดเราทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นชื่อ-นามสกุล, หมายเลขที่นั่ง, ประตู(เกต)ขึ้นเครื่อง ,เวลาขึ้นเครื่อง ,เวลาเครื่องออก

 - การขึ้นเครื่อง 
cr.bengaluruairport.com
Boarding Pass มาแล้วเราก็ดูว่า เราอยู่ไฟลท์ไหน ที่นั่งอะไร และ  GATE อะไร พอเรารู้แล้วเราอยู่ประตูที่เท่าไหร่ ก็เดินไปตามทางเพื่อไปหาประตูนั้นได้เลย พอมาถึง GATE  ก็จะมีที่นั่งให้รอเวลาขึ้นเครื่อง



วันพุธที่ 14 ตุลาคม พ.ศ. 2558

ตั๋วเครื่องบินราคาประหยัด การจองตั๋วเครื่องบิน

การจองตั๋วเครื่องบิน E-ticket


vworldtraveller.com

ปัจจุบันทางสายการบินได้พัฒนาการจองตั๋วเครื่องบินผ่านระบบออนไลน์ทำให้สะดวกรวดเร็วและไม่ยุ่งยาก การจองตั๋วเครื่องบินก้จะไม่เป็นเรื่องยากอีกต่อไป เรามาทำความรู้จัก ตั๋วเครื่องบิน E-Ticket และวิธีการจองตั๋วเครื่องบินกันค่ะ

ตั๋วเครื่องบิน E-Ticket คืออะไร

splashnology.com

ตั๋วเครื่องบินรูปแบบใหม่ที่สายการบินต่างๆได้พัฒนามาให้บริการแก่ลูกค้าเพื่อที่จะได้ตั๋วเครื่องบินราคาประหยัดลง และแก้ปัญหาในด้านต่างๆของผู้โดยสารให้ลดลง E-Ticket คือ ตั๋วเครื่องบินในระบบออนไลน์ เมื่อท่านได้ทำการจองแล้ว ท่านจะได้ Booking No. เพื่อทำการ Check-in ซึ่ง อี-ติ๊กเก็ต จะระบุรายละเอียดต่างๆของผู้โดยสารไว้ทั้งหมดรวมทั้ง Ticket No. หรือหมายเลขของตั๋วเครื่องบินเพื่อเป็นการยืนยันว่าท่านที่จองตั๋วเครื่องบินสามารถเดินทางได้แน่นอน สาเหตุที่เปลี่ยนการตั๋วเล่มมาเป็น อี-ติ๊กเกต เพื่อป้องกันการสูญหาย หรือกรณีมีเหตุการณ์ฉุกเฉินต่างๆ

ข้อดี E-Ticket

1. สะดวกรวดเร็วในการซื้อขาย
2. ไม่มีปัญหาตั๋วหาย หรือตั๋วล่ม
3. เดินทางได้เลยโดยไม่ต้องมาถือตั๋วเครื่องบิน เพราะข้อมูลของผู้โดยสารจะถูกส่งไปยังสายการบินทันที พอเราไปเช็คอิน ข้อมูลก้จะปรากฏที่หน้าจอขึ้นมา

วิธีการจองตั๋วเครื่องบิน E-Ticket



www.zbor.md

1. เปิดเว็บไซต์ของสายการบินที่คุณต้องการ หรือเว็บตัวแทนจำหน่าย (ซึ่งมีราคาต่ำกว่าการจองผ่านสายการบินโดยตรง) เพื่อทำการจองออนไลน์ โดยกรอกข้อมูลเพื่อยืนยันตัวตนของคุณให้ถูกต้อง พร้อมกับอีเมลที่ใช้งานได้จริง เพราะตั๋วของคุณจะถูกส่งมายังอีเมลที่คุณให้ข้อมูล
2. หลังจากจองตั๋วเรียบร้อยแล้ว ให้ตรวจสอบอีเมลของคุณว่าตั๋วถูกส่งมายังอีเมลของคุณหรือไม่
3. เมื่อใกล้ถึงกำหนดการเดินทาง ให้เข้าสู่ระบบเว็บไซต์ของสายการบินอย่างน้อย 24 ชั่วโมงก่อนเวลาบิน จากนั้นใส่ล็อกอินและพาสส์เวิร์ดที่ยืนยันการซื้อตั๋วเครื่องบินของคุณ
4. ทำการเช็คอินสำหรับเที่ยวบินของคุณ จากนั้นให้พิมพ์ตั๋วของคุณผ่านเครื่องพริ้นท์เมื่อเสร็จแล้ว
5. ตรงไปที่จุดตรวจเช็คกระเป๋าภายในสนามบินหากคุณมีกระเป๋าเดินทางที่ต้องการโหลดใต้เครื่อง
6. แสดง E-Ticket หรือตั๋วอิเล็กทรอนิกส์ของคุณเพื่อยืนยันตัวตน


khaosokinfo.com

หรือถ้าหากคุณไม่ค่อยถนัดในการเช็คอินออนไลน์ ก็สามารถเช็คอินผ่านเคาน์เตอร์ของสายการบินนั้นๆ ได้ ณ ท่าอากาศยาน
1. พิมพ์อีเมลยืนยันการจองที่คุณได้รับผ่านเครื่องพริ้นท์ หรือเขียนรหัสการจองลงบนแผ่นกระดาษ
2. ไปที่สนามบินแล้วตรงไปยังเคาน์เตอร์ของสายการบินที่คุณทำการจอง เพื่อเช็คอินเที่ยวบินของคุณ
3. ยื่นเอกสารการจองของคุณให้เจ้าหน้าที่ หรือให้รหัสยืนยันการจองของคุณเพื่อทำการเช็คอินกับพนักงานของสายการบิน พร้อมด้วยพาสปอร์ตหรือบัตรประชาชนของตัวคุณเอง ซึ่งบางสายการบินอาจให้ผู้โดยสารเช็คอินผ่านตู้อัตโนมัติ และสามารถพิมพ์บอร์ดดิ้งพาสของตัวเองได้เลย

การจองตั๋วเครื่องบินนั้นไม่ยากสำหรับคุนอีกต่อไป แถมยังได้ตั๋วเครื่องบินราคาประหยัดลงอีกด้วย สะดวกรวดเร็ว นอนดูทีวีอยู่บ้านเฉยๆ ก้สามารถจองตั๋วเครื่องบินได้แบบสบายๆ มันช่างสะดวกสบายจิงๆ